เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา คืออะไร มีอะไรบ้าง?

เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก ขออธิบายก่อนว่า เครื่องมืออุตุนิยมวิทยา คือ เครื่องมือที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการตรวจเช็กข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาที่จะตรวจวัดเพื่อทำการพยากรณ์อากาศ โดยจะมีการตรวจเช็กที่ตัวแปรที่มีคามสัมพันธ์โดยตรงกับลักษณะอากาศที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งจะมีองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไป โดยตัวแปรดังกล่าวนั้น จะมีดังต่อไปนี้  ความกดอากาศ  ลม  อุณหภูมิ  ค่าความชื้นสัมพัทธ์  ปริมาณของเมฆบนท้องฟ้า  หยาดน้ำฟ้างรังสีจากดวงอาทิตย์  การระเหยของน้ำ  ทัศนะวิสัย  โดยวิธีการในการตรวจเช็กตัวแปรดังกล่าวนั้น ก็จะต้องใช้เครื่องมืออุตุนิยมวิทยาหลากหลายชนิด ซึ่งจะมีการจำแนกชนิดออกมาให้มีความแตกต่างกัน เพื่อให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานในแต่ละตัวแปรให้ได้มากที่สุด โดยจะมีการจำแนกออกได้เป็นประเภทหลัก ๆ ได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้  ประเภทของเครื่องมืออุตุนิยมวิทยา  เครื่องมือตรวจอากาศผิวพื้น  ทราบไหมว่าในสถานีที่ทำการตรวจอากาศผิวพื้นในแต่ละสถานีนั้น จะมีสนามอุตุนิยมวิทยาอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งสถานีดังกล่าวนั้นจะมีไว้สำหรับการตรวจวัดอากาศผิวพื้น โดยเครื่องมืออุตุนิยมวิทยาต่าง ๆ ที่นำมาใช้งานนั้น จะใช้ในการตรวจวัดสารประกอบทางอุตุนิยมวิทยา ตามเวลาที่ได้มีการกำหนดไว้ในแต่ละวัน ซึ่งจะมีเวลาหลัก ๆ ที่ใช้ในการตรวจวัด คือช่วงเวลา 07.00 น. และเวลา 19.00 น. โดยในช่วงเวลาระหว่างนี้ ก็อาจจะตรวจวัดค่าเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสมและจุดประสงค์ของผู้ตรวจวัด  เครื่องมือตรวจอากาศชั้นบน  เพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศนั้น มีความเกี่ยวพันกันกับสภาวะของสารประกอบอุตุนิยมวิทยาในระดับชั้นบน ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่นอกเหนือจากพื้นผิวของโลกไปอีกด้วย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการตรวจวัดค่าของสารประกอบอุตุนิยมวิทยาในชั้นบรรยากาศด้วย โดยใช้เครื่องมืออุตุนิยมวิทยามาช่วยในการดำเนินการตรวจวัด ซึ่งการตรวจวัดโดยส่วนมากจะเป็นข้อมูลหลัก ๆ ทางอุตุนิยมวิทยา อย่างเช่น อุณหภูมิ, ความกดอากาศ, …

มอเตอร์กระแสตรงและกระแสสลับต่างกันอย่างไร

ร้านขายมอเตอร์

          มอเตอร์ที่ทำงานด้วยกระแสไฟฟ้านั้นสามารถแบ่งประเภทของมอเตอร์จากรูปแบบของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการทำงานของมอเตอร์ได้ โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่มอเตอร์กระแสตรงและมอเตอร์กระแสสลับ ซึ่งมอเตอร์ทั้งสองชนิดนี้จะมีการใช้งานจากกระแสไฟฟ้าที่ต่างกัน แต่ก็มีจุดมุ่งหมายในการทำงานเหมือนกันนั่นก็คือการแปลงรูปพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับมาให้เป็นพลังงานกล เพื่อให้มอเตอร์สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ โดยความเร็วรอบของมอเตอร์ที่สามารถทำได้ก็ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของมอเตอร์ด้วยเช่นกัน           มอเตอร์กระแสตรงและมอเตอร์กระแสสลับมีข้อแตกต่างที่สำคัญคือลักษณะการใช้งาน เพราะมอเตอร์กระแสตรงส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่นตามโรงงานต่างๆ เพราะมีคุณสมบัติที่เด่นในด้านการปรับความเร็วรอบตั้งแต่ความเร็วรอบต่ำสุดไปจนถึงความเร็วรอบสูงสุด นิยมใช้ในโรงงานทอผ้า โรงงานเส้นใยโพลี เอสเตอร์ โรงงานถลุงโลหะ และเป็นต้นกำลังขับในรถไฟฟ้า และเพราะระบบไฟฟ้าในครัวเรือนในประเทศไทยโดยปกติแล้วจะเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ การจะใช้งานมอเตอร์กระแสตรงจึงต้องมีเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นกระแสตรงก่อน จึงจะสามารถใช้งานได้ ส่วนมอเตอร์กระแสสลับนั้น คือมอเตอร์ที่ป้อนไฟฟ้ากระแสสลับเข้าไปเพื่อให้ได้พลังงานกลออกมา โครงสร้างของมอเตอร์คล้ายมอเตอร์กระแสตรง แต่จำนวนเฟสมีทั้ง 1 เฟสและ 3 เฟส โดย 3 เฟสจะมีจำนวนขดลวดเพิ่มเป็น 3 ชุด มอเตอร์กระแสสลับนิยมใช้งานทุกประเภทตั้งแต่อุปกรณ์ขนาดเล็กอย่างอุปกรณ์และเครื่องใช้ในครัวเรือนไปจนถึงเครื่องจักรทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมทุกประเภท เนื่องจากมีราคาถูกกว่ามอเตอร์กระแสตรง และสามารถต่อกับไฟฟ้ากระแสสลับได้โดยง่ายเพราะไม่ต้องแปลงกระแสไฟฟ้า และการหาซื้อมอเตอร์ทั้งสองชนิดก็ค่อนข้างต่างกัน คือ มอเตอร์กระแสตรงจะหาซื้อได้ยากกว่า ซึ่งแตกต่างจากมอเตอร์กระแสสลับที่ใช้งานทั่วไปที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายมอเตอร์ทั่วไปหรือเว็บไซต์ออนไลน์ โดยปกติแล้วมอเตอร์กระแสตรงจะมีราคาแพงกว่ากระแสสลับและตามร้านขายมอเตอร์ทั่วไปที่เป็นร้านขนาดเล็กก็มักจะค่อยมีวางจำหน่าย เพราะไม่ใช่มอเตอร์ประเภทที่ใช้ทั่วในในครัวเรือนร้านขายมอเตอร์จึงมักไม่ค่อยนำมอเตอร์กระแสตรงมาวางจำหน่ายมากนัก           และนี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญของมอเตอร์กระแสตรงและมอเตอร์กระแสสลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือรูปแบบการใช้งานและช่องทางจัดจำหน่าย ร้านขายมอเตอร์ส่วนใหญ่มักจะหาซื้อมอเตอร์กระแสตรงได้ยาก ส่วนใหญ่จึงมักหาได้จากเว็บไซต์หรือร้านค้าที่เป็นกิจการของบริษัทผลิตโดยตรง ทั้งจากราคาที่แพง ขนาด และรูปแบบการใช้งานที่ไม่ใช่การใช้งานทั่วไปเองด้วย …